วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิตามินซี (Ascorbic acid)

วิตามินซี (Ascorbic acid)

วิตามินซี หรือชื่อทางเคมีกรดแอสคอบิค (Ascorbic acid) เปนวิตามินที่ละลายไดในน้ําและ รางกายไม สามารถที่จะสรา งวิตามินซีได จึงจําเปนตอง ไดจากการรับประทานเขาไป วิตามินซีสามารถพบ ไดในผักและผลไมบาง ชนิด ผักและผลไมที่มีวิตามินซี สูงไดแก สม แตงโม มะละกอ องุน แคนตาลูป สตรอเบอรร่ี มะมวง ลูกกวี ี มะเขือเทศ บรอคเคอล่ี ถั่วงอก กระหล่ําปลี กระหลํ่าดอก วิตามินซีในอาหารมี 2 รูปแบบซึ่งรางกายสามารถนําไปใชไ ดท้ัง 2 ชนิด คือ Ascorbic acid และ Dehydroascorbic acid ซึ่ง Ascorbic acid มีลักษณะโมเลกุลคลายกับน้ําตาล กลูโคส มี ผลึกสขี าว มีรสเปรี้ยว วิตามินซีเมื่อถูก ออกซิไดซจะกลายเปน Dehydroascorbic acid ซึ่ง เปนโมเลกุลที่มีความไวใน การทําปฏิกิริยาทางเคมีในรางกาย วิตามินซีรวมในปฏิกิริยา Oxidation reduction และปฏิกริ ิยาในการขนสง อนุมลู Hydrogen ดวยเหตุนี้วิตามินซีจึงเปนโมเลกุลที่มีความไวในการทําปฏิกิริยา Reduction Agent หรือ Antioxidant ที่มีความสําคัญโดยเฉพาะอยางยิ่งในปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันและสามารถปองกันไมใหเกดิ Oxidationของ Tetrahydrofolate ซึ่งเปนโฟเลทโคเอนไซนทํา ใหมีการดูดซึมเหล็กในรูปแบบที่เปน non-heme ใน ลําไสใ หมากขึ้น
วิตามินซีสลายตัวไดเร็วท่ีสุดในจําพวกวิตามินดวยกนั โดยเฉพาะอยางยิ่งไวตอออกซิเจนมาก(มีความไวตอ ปฏิกริ ิยา Oxidation) นอกจากนี้ยังสามารถ สลายตัวไดงายในบรรยากาศที่มีความรอน แสง ความชื้น โลหะหนัก (เชน เมื่อตั้งทิ้งไวในบรรยากาศ ที่มีทองแดง) และในสิ่งแวดลอมที่มีสภาพเปนดาง คุณสมบัติและปจจัยตาง ๆ เหลานี้เปนตัว ทําใหวิตามินซีในพืชผักและผลไมสลายตวั ไดงาย โดย เฉพาะพืชผักและผลไมที่เด็ดจากตนมาเปนเวลา นาน ๆ หรือ นํามาผานกระบวนการหุงตม ปจจุบนั มี ผูพยายามสังเคราะหวิตามินซีเปนอาหารเสริมเพื่อ ชดเชยการสูญเสียวิตามิน ตามธรรมชาติดังกลาว
ประวัติการคนพบวิตามินซี
การคนพบโดยบังเอิญเกิดตั้งแตสมัยสงครามครูเสด เมื่อโรคลักปดลักเปด (Scurvy) กลายเปน สาเหตุสําคัญ ของการตายและทุพพลภาพของคนใน สมัยนั้น ทําใหมีการศึกษาและคนควาวจิ ัยทางการแพทย ซึ่งภายหลังไดสรุปวา สาเหตุมาจากการขาดวิตามินซี ซึ่งมีในผักและผลไม ค.ศ. 1744 ดร.เจมส ลินด (Dr.James Lind) ไดทดลองรกั ษา ลูกเรือ 6 ใน 12 คน เปนโรคลักปดลักเปด พบวาสมและมะนาวรักษา โรคนี้ได ค.ศ. 1932 ดร.คิงส (Dr.King) สามารถ แยกสารชนิดหนึ่งจากน้ํามะนาวซึ่งสามารถปองกัน และรักษาโรคลกั ปดลักเปดจึงไดตั้งชื่อสารนี้วากรด แอสคอรบิก (Ascorbic acid) ซึ่งเปนคํายอมาจาก แอนตี้แอสคอรบิวติก แฟคเตอร (Antiscorbutic Factor)
ค.ศ. 1933 เฮเวิรดและเฮิรสตไดคนพบโครงสรางของวิตามินซีและทั้งคูกไ็ ดสังเคราะหวิตามินซีไดสําเร็จในป เดียวกันตนค.ศ.1970ทีมนักวิทยาศาสตรทางชีวเคมีนําโดยดร.ไลนสั พอลิง(LinusPauling)นักวิทยาศาสตรผู ไดรับรางวัลโนเบลถึง 2 คร้ัง และเปนผูที่มีอายุยืนยาวถึง 93 ป ไดตีพิมพผลการคน ควาเรื่อง “วติ ามินซีกับอาการหวัด” (VitaminCandtheCommonCold)ซึ่งดร.ไลนัสพอลงิ ยังประกาศวา“ผมจําตองยอมรับวาการมีสุขภาพดีของ ผมเกิดจากวิตามินและเกลือแรท ี่กินเขาไป” เขาเชื่อวาวิตามินซีชว ยชะลอการลุกลามของมะเร็งในตัวเขาไดนาน
ถึง 20 ป และหลังจากกินวิตามินซีในปริมาณสูง ทุกวันต้ังแตป ค.ศ. 1965 เขาก็ไมเปนหวัดอีกเลย
ค.ศ. 1990 สถาบันมะเร็งแหงชาติอเมริกา ไดป ระกาศวา “วิตามินซีมีฤทธิ์ตอกระบวนการทาง ชวี ภาพอยาง
ซับซอนและหลากรูปแบบ บางทีอาจเปน ที่สุดของบรรดาวิตามินและสารอาหารทุกชนิด”
ประโยชนของวิตามินซี
* เสริมสรางภูมิคุมกันและลดภูมิแพ – เมื่อ รางกายไดรับหรือสัมผัสกับเกสรดอกไม ฝุนละออง โปรตีน
แปลกปลอมในอาหร ฯลฯ ซึ่งมผี ลใหเกิด อาการแพ มีไข ลมพิษ ผื่นคัน หายใจหอบ วิตามินซีเปนสวนสําคัญในการ กระตุนกระบวนการ ทางเคมีโดยยับยั้งสารที่เรียกวา ฮิสตามีน ซึ่งเปน สารที่รา งกายสรางขึ้นมามากเกินไปทําใหเลือดซึม ผานผนังเสนเลอื ดฝอยมาก เกิดผิวหนังบวมแดง มีอาการระคายเคืองตามระบบหายใจทําใหจามและ มีน้ํามูกไหล นอกจากนั้นวิตามินซียังมีความสําคัญ ตอระบบภูมิคุมกัน โดยชวยยังยั้งและตานทานโรค ติดเชื้อจากแบคทีเรียและ ไวรสั ชวยรักษาผิวของเม็ด เลือดขาวไมใหถกู ทําลายทําใหการเคลื่อนยายตัวของเม็ดเลือดขาวไปยังเชื้อโรคตาง ๆ เปนไปไดอยางรวด เร็วขึ้น อีกทงั้ ยังชวยกระตุนการทํางานของนา้ํ ยอย ขณะทําลายเช้อื โรคเหลานั้น ลดอัตราการเกิด อาการ ของโรคเกาท (Gout) และขออกั เสบ (Arthritis) อีกดวย
* เปนสารตานการออกซิไดซ (Antioxidant) – วิตามินซีปองกันการเกิดปฏิกิริยาการออกซิเดชั่น ไดดีจึงสามารถ ปองกันการเสื่อมของเซลลแ ละพบวามีผลในการตอตานการเกิดเซลลที่ผิดปกติตาง ๆ เชน เซลลมะเร็ง โดยจะทํา ปฏิกิริยากับอนุมูลอิสระ (Superoxide) และ Hydroxyl (HO) ปองกันไมใหเกิดปฏิกิริยาลูกโซซึ่งมาจากการสลายตัว ของกรดไขมนั ที่ไมอิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid) วติ ามินซีอาจจะทําปฏิกิริยาโดยทางออมในการปอ ง กันการ สลายตัวของไขมันในเยื่อบุเซลลโดยชว ยใน การสังเคราะหวิตามินอีที่ติดกับผนังเซลลขึ้นมาใหมเปน การปองกัน โรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีขอแนะนําวาการ ไดรับวิตามินซีวันละ 200 มิลลิกรัม อาจลดการ เกิดไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเปนสารกอ มะเร็งในกระเพาะและตับ มักพบในการบริโภคอาหาร ที่มีสารไนเตรดหรือไนไตรท เชน เนื้อแดง ไสกรอก แฮม เบคอน และวิตามินซียังสามารถสรางคอลลาเจน ซึ่งเปนเสมือนตาขายคลุมเซลลใหพนจาก มะเร็งดวย อยางไรก็ตามหากวติ ามินซีนั้นมีสารประเภทไบโอเฟลวานอยด (Bioflavanoid) รวมอยูดวยก็ยงิ่ เปนการ เพิ่มฤทธิ์ในการเปนสารตานอนุมูลอิสระไดดียงิ่ ขึ้น นอกจากนี้วติ ามินซียังชวยปอ งกันสารอื่นไมใ หถูก ออกซิไดซดวย เชน วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วติ ามิน บีสอง วิตามินอีและกรดแพนโธนิค
* ชวยสรางและรักษาสภาพของคอลลาเจน - วิตามินซีมีบทบาทสําคัญในการสรางและการรักษาระดับของสาร คอลลาเจนซึ่งเปนโปรตีนที่ใชในการ สรางกระดกู , ฟน เสนเอ็นและผิวหนัง คอลลาเจน ประกอบดวยไฮดรอกซโี พรลีน ซึ่งไดจากการเปลี่ยน โพรลีน ซึ่งคอลลาเจนชวยใหกระดูกและฟนมีสภาพ แข็งแรงสมบูรณและซอมแซมเมื่อมีการ
แตกหักหรือ ราวบิ่น บํารุงกระดูกและเสริมสรา งความหนาแนนของ กระดูก โดยเฉพาะบริเวณสวนปลายกระดูกและ ขอตอ ลดอาการปวดจากโรคไขขอตาง ๆ ชวยปอ งกันโรค เลือดออกตามไรฟน
* ชวยบํารุงรักษาผิว – วิตามินซีชวยในการ สงเสริมสขุ ภาพผิวพรรณ สรางเซลลผวิ หนังใหม ๆ ปองกันการเกิด ภาวะริ้วรอยกอนวัย ชวยตานการเกิด เม็ดสีเมลานิอันเปนตนเหตุของการเกดิ ฝา ชวยเรง กระบวนการการรักษาแผล โดยเฉพาะแผลที่ถูกไฟไหมน้ํารอนลวกอีกทั้งชวยในการสรางสารในหลอดเลอืดฝอยซึ่งปองกันการฟกช้ําดําเขียวหรือ เลือดออกใต ผิวหนัง การขาดวติ ามินซีสงผลใหบ าดแผลหายชาเพราะ การสรางเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่แผลไมเปนปกติ
* ปฏิกิริยาตอสารตาง ๆ ในรางกาย
- ชวยใหรางกายดูดซึมธาตุเหล็กไดดีขึ้นเปนการปองกันโรคโลหิตจาง โดยวิตามินซีจะเปลี่ยน เหล็กในอาหาร จากเฟอรริกไอออนใหเปนเฟอรรัสไอออน และยังรวมกับเหล็กเปนสารอณูเล็กทําใหดูดซึมได ดีขึ้นและชว ยทําใหทราน เฟอรรินปลดปลอยเหล็ก ออกมาสูกระแสเลือดเพื่อนําไปใชส รางเฟอรริทินซึ่งธาตุเหล็กเปนแรธาตุสําคัญที่รางกายเราใช ในการสรางเม็ดเลือดแดง ดังนั้นภาวะโลหิตจางจึงเกี่ยวพันกับ ปริมาณธาตุเหล็กในรางกาย มีขอสังเกตวาเหตุใด บาง คนรับประทานอาหารที่ธาตุเหล็กสูงกลับเปนโรคโลหิตจางน้ันเปนเพราะวาธาตุเหล็กในอาหารหากไมไดอยูในรปูของ เฟอรรัสเมื่อเคลื่อนผานลําไสเลก็ รางกายจะไมสามารถดูดซึมไปใชประโยชนได
- ชวยเปลี่ยนกรดโฟลิคใหเปนกรดโฟลินิค ซึ่งชว ยปองกันโรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ (Magaloblastic Anemia)
- ชวยในการเปลี่ยนทริปโทเฟนใหเปนเซโร โทนิน (Serotonin) ซึ่งเปนสารประกอบประเภทฮอรโมน มีหนาที่ ทําใหเกิดการหดตัวของกลามเนื้อเรียบและ ชว ยลดความดันในลูกตา ชวยปองกันตอกระจกและ ตอหินในผูสงู อายแุ ละ ปองกันภาวะตาบอดเฉียบพลัน
- ชวยกระตุนการผลิดอินเตอรเฟอรรอน ทําหนาที่ชวยตอตานเชื้อไวรัส เชน โรคเริม ตับอักเสบ เยื่อหุมสมอง อักเสบ โรคหัด ปอดบวม เปนตน
- ทําหนาที่เปนสารเรงปฏิกิริยาของน้ํายอย คลอเลสเตอรอล 7 โมโนออกซีจีเนสซึ่งเปนน้ํายอย ที่ใชในการ เปลี่ยนคลอเลสเตอรอลใหเปนกรดน้ําดี ทําใหปริมาณคลอเลสเตอรอลในเลือดลดลง ลดการ เสี่ยงตอการเปนโรคไขมัน อุดตันในเสนเลือด
-ชวยกระตุนการทํางานของน้ํายอยการยอยการเผาผลาญของเซลลภายในรางกาย
- ชวยในกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของกรด อะมิโนบางตัว เชน เฟนิลอะลานีน ทรอปโทเฟน และไทโรซีน - ชวยในการสังเคราะหคารนิทีนจากไลซีน
และเมทไธโอนีนซึ่งคารนิทีนนี้มีประโยชนในการเผา ผลาญกรดไขมันเพื่อใหพลังงานแกร างกายแบบ Active transport - ชวยรางกายในการหล่ังฮอรโมนเมื่อเกิด ความเครียดโดยสังเคราะหอีพิเนฟรินและนอรอีพ-ิ เนฟรินท่ตี อม
หมวกไต
- ลดอันตรายจากโลหะหนักหรือสารพิษ
ตาง ๆ ที่รางกายไดรับจากสงิ่ แวดลอม เชน ชวยขับสาร ตะก่ัวออกจากรางกายเม่ือรวมตัวกับสงั กะสี
* ผลตอการไหลเวียนโลหิต
- วิตามินซีชวยลดการเกิดกอนแข็งตัวใน เสนเลือด เพิ่มสมรรถนะของผนังหลอดเลือด ทําให หลอดเลือดแดง มีความยืดหยุนตัวไดดีขึ้น ทําใหระดับ ความดันโลหิตอยูในภาวะปกติ ปองกันการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงและ โรคหัวใจอีกดวยซึ่งหากใชรวมกับวิตามินอีก็จะทําใหประสิทธิภาพในการปองกันโรคหัวใจดขีึ้น
- ชวยปองกันอาการเลือดไหลไมห ยุด
* อ ่ นื ๆ
- ชวยรักษาอาการทองผูกเนื่องจากวิตามินซีจะชวยใหกากอาหารในลําไสไ มแขง็ ตัวจึงทําใหขับถายสะดวก - เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใชใ นการรักษาโรคติดเชื้อในทางเดินปสสาวะ
- ลดอัตราการเปนหมันในชายและทําให สเปรมแข็งแรง เคลื่อนที่ไดดีขึ้น
- ชวยปองกันโรคอัลไซเมอร
ผลของการขาดวิตามินซี
โดยสวนใหญแลวมักกอใหเกิดโรคเลือดออกตามไรฟนหรือลักปดลักเปด (Scurvy) นอกจากนี้ ยังสามารถ กอใหเกิดอาการอ่ืน ๆ ตามมาซึ่งพบไดทั้ง ในเด็กและผใู หญ โดยสามารถแบงเปนลักษณะกวาง ๆ ไดดังนี้
ทารก (Infantile Scurvy) พบในทารกที่ กินนมวัวที่มีปริมาณวิตามินซีต่ําและไมไดรับอาหาร เสริมที่ถูกตอง เด็กจะเปนโรคติดเชื้องายเจริญเติบโตชาเกิดภาวะโลหิตจางชวงหายใจสั้นมีอาการทางประสาทออนเพลียเบื่อ อาหาร ซีด กระวนกระวาย รองกวน มีอาการปวดตามกระดูกขาและขาบวมโดย เฉพาะบริเวณเหนือเขาและขอเทา เด็กจะนอนในทาแบะขาออกทั้ง 2 ขาง (Scoebutic Position) ถาเด็ก เริ่มมีฟนขึ้นมักจะมีเหงือกบวม สีคล้ําและอาจมี เลือดออก
ผูใหญพบในผูที่ไมไดบริโภคอาหารผักและผลไมสดเปนเวลานานๆผูสูงอายุหรือผูปวยที่กนิ อาหารไมพอ จากการทดลองพบวาระยะ 2-3 เดือน หลังจากขาดวิตามินซีจะมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใตผิว หนังกอน ตอมาจะมีขนาด ใหญขึ้นเปนจ้ําตามผิวหนัง (Petechial Hemorhages) เนื่องจากผนังเสนเลือด ฝอยเปราะบางเพราะมีโครงสรางของ คอลลาเจนที่ผนัง เสนเลือดฝอยไมสมบูรณ ผิวหนังหยาบและมีตุม ขึ้นตามบริเวณกนและตนขา ขนตามตัวหักและหด ตัว เหงือกบวม เลือดออกตามไรฟน ตาขาวมีเลือดออก นอกจากนี้ผิวหนังแหง ปากและตาแหง ผมรวง ถาขาดวิตามินซี นานกวา 3 เดอื นจะมีอาการเหนื่อยงาย ไมมีแรง ออนเพลีย ปวดกลามเน้ือ ปวดตาม ขอและขาทั้งสองขาง บวมที่เทา และขอเทา น้ําตาแหง น้ําลายแหง ผมรวง ผิวหนังแหง และฟนอาจโยกหลุด จิตใจผิดปกติและซึมเศรา
ผลของการไดร ับวิตามินซีมากเกินไป
จากเอกสารทางดานวิชาการจากตางประเทศจํานวนมากระบุวาวติ ามินซีเปนวิตามินที่ปลอดภัย มากที่สุดตัว หนึ่ง มีงานวิจัยจํานวนมากที่ศึกษาถึงผล ของการไดรับวิตามินซีจํานวนมาก ซึ่งสรุปผลของงานวิจัย มีทั้งที่แสดงถึงขอดี และขอเสยี จากการไดรับ วิตามินซีจํานวนมาก
ค.ศ. 1970 ดร.ไลนัส พอลิง (Linus Pauling) ไดทําการทดลองใหวิตามินซีสงู ประมาณ 20-100 เทาของ ปริมาณที่แนะนําเพ่อืรักษาโรคหวัดพบวาไดผลดีและไมเกิดอันตรายแกผูไดรับวิตามินซีสูง
ค.ศ. 1971 ฮอดจสและเบเกอร (Hodges and Baker) รายงานวาการไดรับวิตามินซีมากเกินไป ประมาณ 4-9 กรัม/วัน จะทําใหอัตราการดูดซึมเหล็ก สูงกวาปกติและมกี ารเคลื่อนยายแคลเซี่ยมจากกระดูก เพิ่มขึ้นดวย จนทํา ใหเกิดอุปสรรคในการรักษาโรคที่ตองใชยาตานการแข็งตวั ของเลือด นอกจากนี้ยังมี ผลทําใหเกดิ กอนยูริคเพิ่มขึ้นใน ปสสาวะและเลอืดทําใหมีความเสี่ยงตอการเกดิโรคเกาทและเกิดกอนออกซาเลตทาํใหมีความเส่ียงตอการเกดิเปนนิ่ว ใน กระเพาะปสสาวะ ทั้งนี้เพราะการเมตาบอลิซึมของวิตามินซจี ะใหกรดออกซาลิค
ค.ศ. 1974 แอนเดอรสันและคณะ ทําการ ทดลองพบวาคนที่ไดรับวิตามินซีทุกวันเปนหวัดนอย กวาคนที่ ไมไดรับวิตามินซีและคนที่ไดรบั วิตามินซีทุก วันจะหายเร็วกวาคนที่ไดรับวิตามินซีในปริมาณตํ่า
อยางไรก็ตาม ผลการศึกษาตาง ๆ ระบวุ าโดย ท่ัวไปแลวถือวาวติ ามินซีมีความเปนพิษตํ่า แตถา รับประทานใน ขนาดสูงกวา 1000 มิลลิกรัม/วัน อาจทํา ใหเพิ่มการขับออกซาเลต (Oxalate) ออกทางปสสาวะ ทําใหเสี่ยงตอการ ตกตะกอนในทางเดินปสสาวะอาจกอใหเกิดโรคนิ่วที่ไต แตขอมลู นี้ยังไมช ัดเจนพอและ อาจเกิดขึ้นกับบางคนเทานั้นและ ถารับประทานในขนาดสูงกวา 2,000 มิลลิกรัม/วัน อาจทําใหเกิดทองเสีย มีแกส และอาการไมสบายในทอง ดังน้ันจึงไม ควรบริโภควิตามินซีเกินวันละ1,000มิลลิกรมั ในบางรายงานระบุวาหากรับประทานวิตามินซีวันละ1กรัมทุกวันจะ ทําใหมีอาการทองเสียไดและในหญิงมีครรภที่รับประทานวิตามินซีในขนาดสูงเปนประจําจะทําให ลูกเกิดโรคลกั ปด ลักเปดหลังคลอด
นอกจากนี้วิตามินซียังมีปฏิกิริยาตอตัวยาอื่น ๆ ดังน้ันในการเลือกรับประทานวิตามินซี ยังมีขอ ควรระวังหรือ อยูในการแนะนาํของแพทย
* Aspirin and Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs (NSAID) ผลการวิจัยบาง แหงแนะนําวา วิตามินซีชวยเคลือบกระเพาะและลําไส เพื่อปองกันอันตรายที่จะเกิดจากการรับประทานยาจําพวก NSAIDs เชน Ibuoprofen อยางไรก็ตามการ รับประทานวิตามินซีวันละ 500 มิลลิกรัม/วันขึ้น ไปจะทําใหระดับของ Aspirin ในเลือดเพิ่มขึ้น
* Acetaminophen วิตามินซีอาจจะทํา ใหการขับถาย Acetaminophen ในปสสาวะลดลง ผลทําใหระดับ ของยานี้ในกระแสเลือดเพิ่มข้นึ
* Beta-Blockers for High Blood Pressure วิตามินซีอาจจะสงผลใหการดูดซึมลดลงเพื่อหลกี เลี่ยง ผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจึงไมแนะนําใหรบั ประทานวิตามินซีและยากลุมดังกลาวนี้ในชวงเวลาเดียวกัน
* Cyclosporin เปนยาที่ใชในการรักษา โรคมะเร็ง ยานี้จะทําใหระดับวิตามินซีในเลือดลดลง
* Nitrate Medication for Heart Disease การรับประทานวิตามินซีรวมกับ Nitroglycerine, Isosorbide dinitrate หรือ Isosorbide จะสงผลใหระยะเวลาในการออกฤทธขิ์ องยาตวั นี้สั้นลง
* Tetracycline - การรับประทานวิตามินซีรวมกับยาตัวนี้จะทําใหระดับของยานี้ในกระแสเลือดลดลง
* Warfarin – การใชว ิตามินซีรวมกับยาตานการแข็งตัวของเลอื ดจะทําใหการแข็งตัวของเลือด เปนไปไดยาก ขึ้นและเมื่อเกิดบาดแผลจะสงผลใหเลือด ออกมากขึ้น
แหลงของวิตามินซี
ประเภทของอาหาร (100 กรัม)
มะขามปอม ฝรั่ง
พุทรา มะขามเทศ มะปรางสุก มะละกอสกุ แคนตาลูป มะนาว มะยม
วิตามินซี (มิลลิกรัม)
       276
       160
       154
       133
       107
73 33 25
8
ผลการคนควาระบุถึงปริมาณวิตามินซีในเชิง เปรียบเทียบอื่น ๆ อีกเชน ใน 100 มิลลลิ ิตรของน้ําสมคั้น นํ้ามะนาวและนํ้าสัปปะรดมีวิตามินซีอยู 40, 35 และ 10 มิลลิกรัมตามลาํ ดับ อาหารจากสัตวทมี่ ีวิตามินซีมากไดแก ตับ และไขปลา สวนในน้ํานมจะมีคอนขางนอยกลา วคือมีเพียงประมาณ 4.4 มิลลกิ รัม ในน้ํานมคน 100 มิลลิลิตรและนอย กวา 1.3 มิลลิกรัม ในน้ํานมวัว 100 มิลลิลิตร อาหารที่มีวิตามินซีนอยมากหรือไมมีเลย ไดแก เนื้อสัตว ไข ขาว ขนมปง และไขมัน
ปริมาณวิตามินซีที่รางกายตองการ
วิตามินซีมีความสําคัญและรางกายไม สามารถผลิตวิตามินซีขึ้นไดเองตลอดจนไมสามารถ สังเคราะหวิตามินซี จากกลูโคสได ดังนั้นทุกคนจึงควร บริโภคอาหารที่มีวิตามินซีอยูเสมอเพื่อปองกันการขาด สวนปริมาณความตองการนั้น ก็ขึ้นอยูกับแตล ะ บุคคลเปนสําคัญ
ปริมาณวิตามนิ ซีที่รางกายตองการตอวัน Recommended Daily Allowance (RCA)
ทารก
เด็กเล็ก (1-9 ป) เด็กโต (10-12 ป) ผูใหญ
หญิงมีครรภ หญิงระยะใหนมบุตร ผูสูบบุหรี่
35 มิลลกิ รัม 40 มิลลกิ รัม 50 มิลลกิ รัม 60 มิลลกิ รัม 70 มิลลกิ รัม 95 มิลลกิ รัม
100 มิลลิกรัม
อยางไรก็ตามรางกายอาจตองการวิตามินซี เพิ่มขึ้นในหลายภาวะ เชน เครียด เปนโรคติดเชื้อ ไดรับการผาตัด หรือมีบาดแผล กระดูกหัก ไฟไหม น้ํารอนลวก สตรีที่กินยาคุมกําเนิด ขอมูลทางวิชาการ ไดใหค ําแนะนําเพิ่มเติม เกี่ยวกับความตองการวิตามินซี ในภาวะตาง ๆ ดังนี้
- คนที่ไดรับแอสไพรินจะตองเพ่ิมขนาด วิตามินซีเปน 200-300 มิลลิกรัมตอ การไดรับแอสไพริน 1 เม็ด - คนสูบบุหรี่หรือดื่มเหลา ตองการวิตามินซีมากขึ้นกวาปกติ ขนาดที่เหมาะสมคือ 1,000 มิลลกิ รัม/วัน - คนที่มีความเครียดสูง ควรบริโภควิตามินซี วันละ 500 มิลลิกรัม
- หากตองการบริโภคเพื่อปองกันโรคอัน เกิดจากผลของอนุมูลอิสระ เชน มะเร็งหรือโรคชราตาง ๆ ควร
บริโภคที่ 250-1,000 มิลลิกรัม/วัน วิตามินซีจะถูกดูดซึมไดงายที่ลําไสเล็กและถูกนําไปยังเนื้อเย่ือและนํ้าในสวนตางๆของรางกายทางกระแส
เลือด จากการศึกษาพบวารอยละ 80-90 ของวติ ามินซีซึ่งมีอยูในอาหารจะถูกดูดซึม อาหารซึ่งมี เพคตินมากจะขัดขวาง การดูดซึมของวติ ามินซีใน รางกาย วิตามินซีจะอยูในสภาพกรดแอสคอรบิกและ กรดไฮโดรแอสคอรบิก แตโดยสวน ใหญจะอยูในสภาพ กรดแอสคอรบิก เนื้อเย่ือท่ีมีเมตาบอลิซึมสูงจะมี วิตามินซีมาก เชน ตอมหมวกไต ตา สมอง เน้ือเย่ือที่ มีวิตามินซีนอยไดแก ไขมัน ผิวหนัง เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและกลามเนื้อ
ไตทําหนาที่ควบคุมระดับวิตามินซีในเลือด ถารางกายไดรับวิตามินซีมากจะทําใหเนื้อเยื่อตาง ๆ มี วิตามินซีอิ่มตัว วิตามินซีสวนเกินไตจะขับออกจาก รางกายทางปสสาวะในรูปกรดแอสคอรบิกและเมทาบอไลตเชน กรดออกซาลคิ และแอสคอรบิกซัลเฟต ความสามารถของรางกายในการดูดซึมวิตามินซีจะลดลงหากสูบบุหร่ี ด่ืมสุรา เครียดไขสูงไดรับยาปฏิชีวนะในปริมาณมากกินยาแกแพแกปวดแอสไพรนิ ระงับประสาทฮอรโมนเอสโทรเจน ยาคุมกําเนิดชนิด รับประทาน ผงโซดาที่ใชทําขนมปง ยาพวกคอรติโซน และสารจําพวกยาฆาแมลง
ในการใหวิตามนิ ซีท่ีรับประทานเขาไปนั้นจะไดผลแกรางกายเต็มที่ รางกายจําเปนตองรับประทาน วิตามินและ เกลือแรอ่ืนเสรมิในเวลาที่รับประทานวิตามินซีอันไดแกวิตามินบีหน่ึงบีสามบีหาบีหกบีสิบสองกรดโฟลคิ (Folic Acid) และเกลอื แร ไดแก สังกะสี (Zinc) ถาขาดวิตามินและเกลือแร ดังกลาวแลวจะยังผลใหการดูดซึมของ วิตามินซีเขา รางกายไดนอยลงหรือสงผลตอการทําประโยชนตอ รางกายสําหรบั สวนที่ดูดซึมเขารางกายไปแลว ดวย สงผลใหเม็ดเลือดขาวไมมีกําลงั และไมมีประสทิ ธิ-ภาพในการฆาหรือทําลายเชื้อโรคไดมากเทาที่ควรเนื่องจากวิตามินและ เกลือแรตองทํางานรวมกันและสงเสริมกันเชนวิตามินบีสิบสองจะทําประโยชนใหรางกายไดดแีละมากขึ้นหากมี วิตามินเออยูดวยและ วิตามินเอจะยังประโยชนใหแกรางกายมากขึ้นถามีแมกนีเซียมเพียงพอเปนตน อาหารที่ควร รับประทาน ควบคูไปพรอมกับวิตามินซีไดแก อาหารซ่งึ มีวิตามิน บีหนึ่ง บีสาม บีหา บีหก บีสิบสอง กรดโฟลิคและ สังกะสี ไดแก บริวเวอรยสี ต จมูกขาวสาวี (Wheat Germ) น้ําออย เน้ือแดง ปลา ถั่วลสิ ง เครื่องในสัตว ไขแ ดง ผักสีเขียวและเมล็ดฟกทอง ซึ่งมีสังกะสีมาก เปนพิเศษ
การตากแหงและการเก็บรักษาอาหารไวนาน ๆ หรือการผสมกบั ดางเพียงเลก็ นอยจะสงผล ใหวิตามินซีใน อาหารสลายตัวไปหมด ดังนั้นจึงไม ควรเติมโซดาในการตมผักและผลไมถึงแมจะมีผล ชวยในการรักษาสขี องผักผลไม การลางไมควรแชน้ํา นาน ๆ การแกะสลัก การปอกผลไมก็เปนการทําลาย วิตามินซี การหุงตมก็ควรใชเวลาใหสั้นที่สุด เพื่อเปน การถนอมวิตามินซีในอาหาร การตมจึงควรรอใหน้ํา เดือดเต็มที่กอนใสผักและปดฝาทนั ที การหั่นหรือสับ
ถาไมจําเปนก็ควรหลีกเลยี่ งผักบางชนิดควรตมหรือนึ่งทั้งเปลือก เชน มันฝรั่ง ฟกทอง เผือกและควรหลีก เลี่ยงการใช ภาชนะหุงตมที่ทําดวยทองแดง
การประเมินปริมาณวิตามินซีในรางกาย
วิธีการประเมินวิตามินซีในรางกายยังคอน ขางมจี ํากัดเมื่อเทียบกับวิตามินชนิดอื่น ๆ การวัด ประมาณวิตามิน ซีในซีรั่มหรือพลาสมาและในเม็ดเลือดขาววีธีดงั้ เดิมคือการใช Spectrophotometer หรือ Fluorometer ในปจจุบันนี้มี เทคนิคในการ วิเคราะหใหมใหเลือกคือ High Performance Liquid Chromatograhpy ที่สามารถวิเคราะหไดทั้ง วิตามินซี (Ascorbic acid) และ Dehydroascorbic acid ซึ่งเปน Oxidized Form
ระดับวิตามินซีในพลาสมาหรือซีรัมในชวง 11-23 micromol/l หรือ 0.2-0.4 mg/dl จะเปนคา ท่ีบอกถึงภาวะ ที่ก้ํากึ่งของวิตามินซีคือมีปจจัยเสี่ยงปานกลางที่จะทําใหเกิดอาการทางคลินิกได ทั้งนี้เนื่อง มาจากการไดรับวติ ามินซีจาก อาหารนอยหรือวิตามิน ในรางกายที่สะสมอยใู นรางกายมีนอยลงระดับที่ต่ํากวา 11 micromol/l จะถือวาขาดวิตามินซี (Frank Dificiency) อยางไรกต็ ามมีนักวิจัยบางกลุมใชเกณฑ ในการตัดสินที่ 28 micromol/l หรือ 0.5 mg/dl จึงถือ วาขาดวิตามินซี
การวัดปริมาณวิตามินซีในเม็ดเลือดขาวเมื่อ ใชต ัวอยางเม็ดเลือดขาวท้ังหมดเรียกวา “Buffy Coat” ผลที่ไดยัง ไมแนนอนจึงอาจทําใหการแปลผลผิดไปได วิธีที่ใชตอมาคือการวัดปริมาณวิตามินซีใน Mononuclear Cell (MN) และ Polymorphonuclear Cell ซึ่ง MN จะมีวิตามินซีมากกวา 2-3 เทา วิตามินซีใน เม็ดเลือดขาวจะอยูในรูปแบบที่เปน กรด Dehydro-ascorbic การแยกเม็ดเลือดขาวใหไดจํานวนตามความ ตองการจะตองใชเม็ดเลือดในปริมาณมาก ประกอบกับ คาที่ไดจากการใชวธิ ีการตาง ๆ ในการวิเคราะหปริมาณ วิตามินซีในเม็ดเลือดขาวยังไมเปนมาตรฐาน เดียวกัน ถึงแมว าจะใชวิธีการเดียวกัน ดังนั้นการวัดดวยวิธี ดังกลาวนี้ยงั ตองมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อใหผลการ ตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วิตามินซีในพลาสมาหรือในซีรัมจะมีความ สัมพันธกับปริมาณวิตามินซีที่ไดรับจากอาหาร สวนวติ ามินซีที่ ประเมินไดจากเม็ดเลือดขาว ยังไมสามารถใชเปน ดัชนีบงชี้ถึงปรมิ าณวติ ามินซีในเนื้อเย่ือตาง ๆ ไดเนื่องจากปริมาณที่วัด ยังมีความแตกตางกันมาก อยางไรก็ตามยังมปี จจัยอื่น ๆ ที่มีผลตอการเปลี่ยน แปลงระดับวติ ามินซีในพลาสมา เชน ปจจัยเกี่ยวกับอายุ เพศ การสูบบุหรี่ ยารักษาโรคบางชนิด ระดับวิตามินซีในพลาสมาเปนตัวบงชี้ที่ดีเกี่ยวกับนสิ ัยใน การบริโภคและความเชื่อของแตละบุคคล เชน ประชาชนของประเทศฟนแลนดในชนบทมีความเช่ือวาผักและผลไมเ ปน อาหารสําหรับวัว สวนเนื้อนมและเนยเปนอาหารสําหรับมนุษย ปริมาณวิตามินซีที่วัดไดจึงอยูในเกณฑต่ํา
การประเมินภาวะวิตามินซีมีประโยชนใน การติดตามดูแลสุขภาพของตัวเอง ภาวะที่มีระดับ วิตามินซีในเลือด ต่ําอาจมีความสัมพันธกับระดับความดันโลหิตซึ่งเปนดัชนีบงชี้ที่ทําใหเพิ่มความเสี่ยงตอ การเกิดโรคหัวใจไดเปนตน
วิตามินซีในรูปอาหารเสริมจําเปนหรือไม
ตามที่ไดกลาวแลววาวิตามินซีมีอยูในผัก และผลไมทั่วไป ดังนั้นหากเราบริโภคเพียงพอตาม ปริมาณที่รางกาย ตองการแลว ก็ไมมีความจําเปนตองพึ่งอาหารเสริมวิตามินซีซึ่งสถาบันโภชนาการแหงชาติอเมริกาแนะนําวาหาก บริโภคผักและผลไมรวมกันได วันละ 5 ถวย รางกายจะสามารถไดรับวิตามินซีที่เพียง พอและยังไดสารอาหารสําคัญอีก
หลายชนิด เชน ไฟเบอร เหล็ก สังกะสี และทองแดงเปนตน
อยางไรก็ตามเนื่องจากวิตามินซีเปนวิตามิน ท่ีสลายตัวไดง ายเมื่อทิ้งไว เชน แตงกวาสดเมื่อหั่นทิ้งไว 3 ชั่วโมง
วิตามินซีจะสลายไปไดมากถึง 49 % วิตามินซีในผักจะสูญเสียในระหวางการประกอบอาหาร ประมาณ 50-60 % นอกจากนี้กระบวนการปรุงและ ถนอมอาหารอื่น ๆ ก็สงผลตอการสลายตัวของ วิตามินซีตามท่ีไดกลาวแลวในขา งตน ดังน้นั อาจ เปนไปไดวาแมจะรับประทานผักและผลไมในปริมาณ มากแลวรางกายก็ยงั ไมไดรบั วิตามินซีอยางเพียงพอ ตรงจุดน้ีวิตามินซีในรูปอาหารเสริมจะเขามามีบทบาท สําคัญเพื่อชดเชยใหรางกายสามารถไดรบั วิตามินซีใน ปริมาณท่ี เพียงพอแกความตองการ
ขอแนะนําในการเลือกอาหารเสริมวิตามินซี
วิตามินซีในปจจุบันสามารถจําแนกกวาง ๆ ตามแหลงที่มาได 2 ประเภทหลัก ๆ คือ วิตามินซี ตามธรรมชาติ และวิตามินซีสงั เคราะห ซึ่งเปนการ สังเคราะหจากน้ําตาลกลูโคส
ความแตกตางโดยสําคัญของวติ ามินซีทั้ง สองประเภทนี้อยูที่ความสามารถในการดูดซึมเขาสู รางกายและการ ทิ้งสารตกคาง วิตามินซีธรรมชาติจะ อยูในรูปของเกลือจงึ มีสภาพความเปนกรดต่ําไมระคาย เคืองตอระบบกระเพาะ อาหาร ในขณะท่ีวติ ามินซีสังเคราะหจะมีความเปนกรดสูงซ่ึงอาจมีผลกระทบ ตอระบบกระเพาะอาหารได นอกจากน้ี วิตามินซีที่อยูในรูปแบบของอาหารธรรมชาติรางกายจะสามารถยอมรับและนําไปใชประโยชนไดดีกวาหากรางกายได รับ วิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปรางกายสามารถขับ ออกมาไดทางปสสาวะและเหงื่อจึงมีความปลอดภัย ในเรื่องของการ ไมทิ้งสารตกคางหรือสะสมไวรางกาย
วิตามินซีตามธรรมชาติไมไดอยใู นรูปสารเคมีเดี่ยว แตมักจะรวมอยูกับสารอื่น ๆ ที่มีประโยชน อีกหลายตัว เชน ไบโอเฟลวานอยด กรดอมิโน สารประกอบเชิงซอนประเภทโปรตีนและสวนประกอบอ่ืน ๆ ของสารอาหารตาม ธรรมชาติ
ไบโอเฟลวานอยด (Bioflavanoid) เปนสารท่ี ละลายในน้ํา ประกอบดวยสสารที่เปนสีที่พบในผัก และผลไม อยูรวมกับวิตามนิ ซี พบในเปลือกผลไมรสเปรี้ยวที่ตรงสขี าวใตผ ิวนอกที่เปนสีเขียวแตไมมีในน้ําผลไม ผลไมที่มีไบโอ เฟลวานอยดมาก ไดแก มะนาว องุน สม เชอรร่ี พลัม ไบโอเฟลวานอยดชว ย ทําใหวิตามิซีไมถ ูกทําลายจากออกซิเจน นอกจากนั้น ยังเปนตัวพาหะโปรตีนที่นําวิตามินซีไปยังสวนตาง ๆ ของรางกายชว ยใหรางกายนําวิตามินซีไปใชไ ดมากขึ้น และยงั ชว ยเสรมิ ฤทธิ์ของวิตามนิ ซีใหเกิดประโยชนตอรางกายมากขึ้น ซึ่งหากเปนวิตามินซีสังเคราะหจะไมมีสารตัวนี้อยู
วิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมมีขอดีตรงที่ สามารถทราบปริมาณเปนจํานวนมิลลิกรัมที่แทจรงิ ทําใหสามารถ ประมาณจํานวนที่คาดวารางกายไดรับตอวันไดเพ่ือปองกันการขาดหรือเกินจนสงผลในเชิงลบตอรางกายการเลือก วิตามินซีอาหารเสริมควรเลือก ประเภทที่สกัดมาจากแหลงตามธรรมชาติมิใชสาร สังเคราะห (Synthetic) เพื่อใหมี ความใกลเคียงกับการ บริโภควิตามินซีจากผักและผลไมโดยตรงซึ่งจะเอื้อประโยชนตอการดูดซึมและการนําไปใชของ รางกาย และขจดั ปญหาเรื่องสารตกคาง ขอสงั เกตเพิ่มเติม ในการเลือกวิตามนิ ซีอาหารเสริมคือควรเลือกชนดิ ที่มี สวนประกอบของไบโอเฟลวานอยด เนื่องจากเปนสารประกอบท่ีใกลเคยี งธรรมชาติชวยใหรางกายนําวิตามินซีไปใช ประโยชนไดอยา งมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงคุมคาที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับวิตามินซีที่ไดจากการสังเคราะหที่เรียกวากรด แอสคอรบิกซงึ่ อาจทําให เกิดการระคายเคืองตอกระเพาะอาหารและเกิดการ สะสมได
อยางไรก็ตามวติ ามินซีเมื่อละลายน้ําแลวมี ฤทธิ์เปนกรด ซึ่งอาจทําใหเกิดการระคายเคืองกระเพาะ สําหรับ ผูบริโภคที่มีความไวตอสารดังกลาวบางกลุม ผูผลิตวิตามินซีเปนอาหารเสริมจึงพยายามคิดคนสวนผสมเพื่อลดจุดดอย ดังกลาว ปจจุบันมีการพัฒนา วติ ามินซีอาหารเสริมที่มีสภาพความเปนกรดต่ํา (Low acid) ตลอดจนพัฒนาใหวิตามินซี คงสภาพอยู ในรางกายไดนานขน้ึ สงผลใหระยะเวลาในการดูดซมึ ทํา ไดยาวนานข้ึน สวนประกอบของอาหารเสริม ดังกลาวจะมีคุณสมบัติในการทยอยปลอยวิตามินซีออกมา คุณสมบัติดังกลาวนี้เหมาะสําหรับผูที่ตองการใช วิตามินซี เพื่อใหเปนภูมิเสริมในการรักษาโรค เชน ภูมิแพ เปนตน
กลาวโดยสรุปคุณสมบัติของวิตามินซีอาหาร เสริมที่แนะนําใหเลือกใชมีดังน้ี * สกัดจากแหลงธรรมชาติ
* มีสวนประกอบของไบโอเฟลวานอยดสงู
* มีความเปนกรดต่ํา
* คุณสมบัติเร่อื งการดูดซึม โดยเลือกใชตาม วัตถุประสงคดังนี้
- หากตองการใหการออกฤทธดิ์ ูดซึมทําได ทันทีเพื่อเนนการบรรเทาของโรคแบบเฉียบพลัน เชน ผูที่เปนหวัด และตองการใหร างกายสดชื่นขนึ้ ควรเลือกใชว ติ ามินซีอาหารเสริมที่ออกฤทธิ์ทันที
- หากตองการเพื่อการสรางภูมหิ รือรักษา อาการที่เปนเรื้อรัง เชน ภูมิแพ ควรเลือกวิตามิน เสริมที่มีคุณสมบัติ ในการทยอยปลอ ยวิตามินซีเพ่ือ เพิ่มระยะเวลาการดูดซึมในรางกายไดนานขึ้น
ในการเลือกรับประทานวิตามินซีอาหารเสริมนั้น ขึ้นอยูกับความตองการของแตละบุคคลเปนสําคัญ โดยควร เลือกอาหารเสริมที่มีสูตรเหมาะแกสภาพรางกาย ปริมาณความตองการตอวันและวัตถุประสงคใ นการใชหลังจาก รับประทานวิตามินซีอาหารเสริมแลว ควรดื่มน้ําตามมาก ๆ (ประมาณ 8 แกว/วัน) เพื่อลด สภาพความเปนกรดและ ปองกันไมใหเกดิ สารตกคางท่ีอาจกอใหเกิดนิ่วที่กรวยไต ซ่ึงหากปฏิบัติไดถูก ตองตามวิธีที่กลา วมาแลวนั้นการ รับประทานอาหาร เสริมวิตามินซีนั้นก็ไมสงผลเชิงลบแกรางกายแตประการใด


คลิกสั่งซื้อที่นี่ >> http://www.vitaminth.com

ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/vitaminthai 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40vitaminthailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม www.vitaminth.com

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Viral