วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

เลือดออกตามไรฟัน อันตรายกว่าที่คิด

เลือดออกตามไรฟัน อันตรายกว่าที่คิด

เลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด
เลือดออกตามไรฟัน หรือ ที่เรียกว่า โรคลักปิดลักเปิด (อังกฤษ: scurvy) โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกายของเรา
แล้วจะอันตรายได้ยังไง? แค่เลือดออกตามไรฟัน ก็แค่ขาดวิตามินซี กินผลไม้ก็หายแล้ว…
ก่อนอื่น ควรทราบก่อนว่า เหงือกของคนเรานั้น เป็นบริเวณที่เกิดบาดแผลและติดเชื้อได้ง่าย
ซึ่งเมื่อเกิดอาการของโรคต่างๆ บริเวณช่องปากของเรา ก็ควรรีบรักษาก่อนลุกลาม เราควรใส่ใจดูแลทันที เมื่อมีอาการของโรคเกิดขึ้น
เลือดออกตามไรฟัน เป็นแค่ อาการขั้นแรกของโรคเหงือกอักเสบ และโรคทางช่องปาก ไม่ใช้แค่มีเลือดออกเท่านั้น
ยังมีอาการที่ตามมาของโรคเลือดออกตามไรฟัน คือ
  • เหงือกจะแดงและรู้สึกเจ็บ
  • เหงือกจะบวม
  • เหงือกร่น และนุ่ม ทำให้มองดูห่างจากฟัน
  • ฟันจะดูยาวขึ้น รู้สึกฟันโยกเมื่อต้องใช้ฟันรับประทานอาหาร ถ้าไม่รีบรักษาฟันอาจจะหลุดได้
  • จะมีกลิ่นปาก เพราะเศษอาหารจะสะสมบริเวณตามร่องฟัน และบาดแผลบริเวณเหงือกเป็นที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย
  • ก่อให้เกิดโรคเหงือกและฟันต่างๆ อีกมากมายตามมา

วิธีดูอาการเลือดออกตามไรฟัน

  • แปรงฟันแล้วมีเลือดติดอยู่บริเวณของแปรง
  • บวนปากแล้วมีเลือดออดมา
  • เหงือกบวมแดงเป็นรอยหยัก (เหงือกคนเราปกติจะมีรูปร่างเรียบ)

สาเหตุและวิธีรักษาของโรคเลือดออกตามไรฟัน

เลือดออกตามไรฟัน ลักปิดลักเปิด
1.สาเหตุที่หลายๆ คนรู้อยู่แล้วคือ ขาดวิตามิน C ที่เพียงพอในแต่ละคน
  • กินผลไม้ที่ให้ วิตามินซี สูง หรือ รับประทานยา Vitamin C บำรุงร่างกาย (Vitamin C หากรับประประทานมากเกินไป และรับประทานติดต่อกันในระยะยาว อาจเกิดนิ่วในไต ท่องเสียและท่องร่วง วิงเวียนศรีษะได้ เมื่อรับประทานมากๆ จะมีปัสสาวะเป็นสีส้มเหลือง
  • ควรรับประทานวิตามินซี ในปริมาณที่พอดีกับร่างกายและรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาด และเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เพื่อให้วิตามินซีได้ระบายออกมา เพราะวิตามินซี เป็นวิตามินที่ไม่สะสมในร่างกาย)
2.ดูแลรักษาช่องปากไม่ทั่วถึงและไม่ถูกวิธี
  • ควรแปรงฟันให้ทั่วทุกช่องปากและซอกฟัน ใช้ไหมขัดฟันขุดบริเวณที่เราไม่สามารถใช้ขนแปรง แปรงฟันได้ และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก เพื่อทำความสะอาดให้ทั่วช่องปาก
  • ถ้ามีฟันพุหรือหินปูน ควรรักษาโดยที่เร็วที่สุด เพราะเชื้อแบคทีเรียจะสะสมในบริเวณที่เราไม่สามารถดูแลได้ ตามซอกของฟันที่ผุ และหินปูน
3.ขนแปรงสีพันแข็งเกินไปหรือ ใช้นานเกินไปจนเป็นที่สะสมสมของเชื้อแบคทีเรีย
  • ควรใช้ขนแปรงสีฟันที่อ่อนนุ่ม ถ้าแข็งจนเกินไปจะบาดเหงือกและซอกฟันจนเป็นบาดแผลได้
  • แปรงสีฟันที่ใช้นานเกินไป จนขนแปรงบาน เป็นที่สะสมสมของเชื้อแบคทีเรีย ควรเปลี่ยนเป็นประจำทุกๆ 2-4 เดือน
4.เมื่อมีอาการที่เสี่ยงต่อโรคเลือดออกตามไรฟัน หรืออาการต่างๆ ที่น่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องปาก
  • ควรรีบปรึกษาแพทย์ และเข้ารับการรักษาทันที
สุขภาพในช่องปากของเรานั้น ถือว่าเป็นปราการด่านแรกๆ ในการเข้าหาผู้คนและส่งเสริมบุคลิกภาพของเรา
เมื่อเราไม่ดูแลให้ดี อาจส่งผลเสียในการดำเนินชีวิตและสุขภาพได้เช่น มีกลิ่นปาก หรือฟันผุ ฟันเหลือง เหงือกร่น เป็นต้น
เมื่อเรายังมีโอกาส ในการดูแลสุขภาพในช่องปากเราให้ดีที่สุด เราควรใส่ใจดูแลรักษาให้ดี ถ้าเราสูญเสียไปแล้ว ไม่สามารถเรียกกับมาได้อีก

หรืออาจต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษา ใส่ใจสุขภาพปากและฟันของเราสักนิด ก่อนจะเสียมันไป และยากที่จะรักษา



คลิกสั่งซื้อที่นี่ >>www.vitaminth.com

ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/vitaminthai 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40vitaminthailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม www.vitaminth.com

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Viral