วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

ร่างกายต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร เท่าไหร่ในแต่ละวัน


ร่างกายต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร เท่าไหร่ในแต่ละวัน


นการดำรงชีวิต ของมนุษย์เรานั้น ร่างกายต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร ที่เพียงพอ ในการทำงานตลอดเวลา นับตั้งแต่ มีชีวิต เริ่มปฏิสนธิ จนกระทั่งตาย แคลอรี่อาหาร พูดง่ายๆ ก็คือ แคลอรี่ในอาหาร ที่เราจะได้รับ จากการกินอาหาร แต่ละอย่างเข้าไป ซึ่งมี ปริมาณแคลอรี่ในอาหาร ไม่เท่ากัน แตกต่างกันไป ตามชนิดของ สารอาหาร แต่ละชนิด ซึ่งในแต่ละคนนั้น ก็มีความต้องการ พลังงานที่แตกต่างกันไป ในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายๆ อย่าง ได้แก่ อายุ ขนาดรูปร่าง เพศ ระดับกิจกรรม การใช้พลังงาน ระบบการเผาผลาญ และสภาวะ ของร่างกาย

ร่างกายคนเรานัั้น ก็เปรียบได้กับ เครื่องยนต์ของรถ หัวใจก็เปรียบเสมือน ตัวปั้มเชื้อเพลิง เส้นเลือดแดง เปรียบเสมือน ท่อเชื้อเพลิง ปอดเหมือน คาร์บูเรเตอร์ ที่ช่วยให้ ออกซิเจนผสมกับ เชื้อเพลิงเพื่อ ให้เกิดการเผาผลาญ ในเซลล์ของร่างกาย เหมือนกับที่เกิดขึ้น ในเครื่องยนต์ของรถ
ไม่ว่าจะเป็นรถ หรือร่างกาย ต่างก็ต้องการเชื้อเพลิง เพื่อเป็นแหล่ง ของพลังงาน แม้ขณะที่ร่างกาย ไม่ทำงาน ร่างกายก็ต้องการ พลังงานขั้นพื้นฐาน ในการทำงาน ในชีวิตประจำวัน พลังานขั้นพื้นฐาน คือพลังงานที่ร่างกาย ต้องใช้ในขณะที่ ร่างกายอยู่เฉยๆ ไม่มีกิจกรรม เช่น การเต้นของหัวใจ การหายใจ การผลิตความร้อนในร่างกาย ผลิตเหงื่อ เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลง การส่งสัญญาณไปสมอง และการผลิตสารเคมี ในร่างกาย เพื่อให้อวัยวะต่างๆ ทำงานเป็นปกติ พลังงานขั้นพื้นฐานนี้ มีปริมาณเพียง 60 เปอร์เซ็นต์  ของความต้องการ ทั้งหมด ของร่างกาย และเป็นสัดส่วนโดยตรง กับปริมาณกล้ามเนื้อในร่างกาย  กล้ามเนื้อ เป็นส่วนที่ใช้พลังงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดีกว่าส่วนของไขมัน 3 – 5 เท่า ในขณะที่เมื่อมีอายุ มากขึ้น ส่วนกล้ามเนื้อนี้ จะค่อยๆ ลดลง และส่วนไขมัน จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น พลังงานที่ว่านี้ ก็ได้มาจาก แคลอรี่อาหาร ที่รับประทานเข้าไปนั่นเอง
แคลอรี่อาหาร ร่างกายต้องการพลังงาน
เมื่อร่างกาย มีการทำงาน ที่ต้องใช้แรงเพื่อ เคลื่อนไหวร่างกาย ร่างกาย จะใช้พลังงาน เพิ่มขึ้น ยิ่งเคลื่อนไหว มากเท่าไหร่ ร่างกาย ก็จะมีการเผาผลาญ พลังงานมากขึ้น และใช้พลังงาน ไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายใช้พลังงาน ในส่วนนี้ ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับ ระดับการใช้แรงงาน ในแต่ละคน ส่วนที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายใช้ในการย่อย และดูดซึมอาหาร

ร่างกายต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร แตกต่างกันไป ตามอายุ และเพศ

ในวัยเด็ก ร่างกายต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร สูงสุด เพื่อใช้สร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และเนื้อเยื่อ ในการเจริญเติบโต เมื่อเปรียบเทียบ กับวัยรุ่น และผู้ใหญ่ ในเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชาย ที่อายุไม่เกิน 10 ขวบ ความต้องการพลังงาน ไม่แตกต่างกัน จนกระทั่งเข้าสู่ วัยแตกเนื้อหนุ่มสาว เด็กผู้ชาย จะมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ต้องการพลังงานมากขึ้น การเจริญเติบโต ในช่วงนี้ ทำให้ร่างกาย ต้องการพลังงาน มากขึ้นไปอีก
เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการพลังงาน แคลอรี่อาหาร จะเริ่มลดลงทุกๆ 10 ปี หลังอายุ 35 ปี ร่างกาย จะต้องการพลังงาน น้อยลง 2 เปอร์เซ็นต์ เช่น หญิงสาว อายุ 25 ปี ต้องการพลังงาน วันละ 2,200 กิโลแคลอรี เมื่อมีอายุ 35 ปี หญิงผู้นี้ อาจะต้องการ พลังงานเพียง 2,154 กิโลแคลอรี และเมื่อายุ 45 ปี พลังงานที่ต้องการ จะลดลงอีก 2 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหญิงผู้นี้ ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ว่องไว อยู่เสมอ โดยการออกกำลังกาย หรือพยายาม ใช้งานแรงงานมากขึ้น ตามอายุ ก็จะทำให้ ความต้องการพลังงาน สูงกว่าที่ควรจะเป็น
ในวัยผู้ใหญ่ ผู้ชายมีกล้ามเนื้อ มากกว่าผู้หญิง 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันน้อยกว่า ผู้หญิงในวัยเดียวกัน ทำให้ผู้ชาย ต้องการพลังงาน มากกว่าผู้หญิง เพราะเซลล์กล้ามเนื้อ เป็นเซลล์ที่ใช้พลังงาน ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงจะสะสม ไขมันมากกว่าผู้ชาย เพื่อสำรองไว้ ในการตั้งครรภ์ และให้นมบุตร
แคลอรี่อาหาร ปริมาณแคลอรี่ในอาหาร
ในวัยสูงอายุ ความต้องการพลังงาน จะลดลง ในช่วงอายุระหว่าง 60 – 70 ปี ความต้องการ พลังานขั้นพื้นฐาน ลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 10 ปีที่มีอายุมากขึ้น และในช่วงอายุ 80 – 90 ปี จะลดลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์  เพราะระบบการเผาผลาญ ของร่างกายลดลง เนื่องจากเซลล์กล้ามเนื้อ ลดปริมาณลง ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 10 ปี โดยเฉพาะในคน ที่มีชีวิต นั่งๆ นอนๆ แม้วัยนี้ จะต้องการพลังงาน น้อยลงกว่า เมื่อตอนอายุ วัยกลางคน แต่ความต้องการ สารอาหารกลับสูงขึ้น หมายความว่า อาหารที่ผู้สูงอายุ บริโภคความจะมีพลังงาน (แคลอรี) และไขมันลดลง แต่อาหารกลับต้องหนาแน่น ไปด้วยสารอาหาร ประเภทวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ มีใยอาหาร และน้ำเพียงพอ
ลักษณะ และขนาดของรูปร่าง
ลักษณะรูปร่าง และส่วนประกอบของร่างกาย ที่ต่างกัน ทำให้พลังงาน ขั้นพื้นฐานต่างกัน คนที่มีกล้ามเนื้อน้อย และไขมันมาก และคนที่มีรูปร่างท้วม ร่างกาย จะสะสมไขมัน ได้ง่ายกว่าคนที่มี รูปร่างผอม นอกจากนี้ คนที่มีรูปร่างใหญ่ ร่างกายจะใช้พลังงาน และเผาผลาญพลังงาน มากกว่าคนที่มี รูปร่างเล็กกว่า
ความต้องการ พลังงานของคนไทย
ในการกำหนด พลังงานของคนไทย กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำธงโภชนาการ เพื่อเป็นภาพจำลอง การแนะนำการบริโภค อาหารของคนไทย ธงโภชนาการ บอกชนิด และปริมาณ ของอาหารที่คนไทย ควรกินในแต่ละวัน สำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ขึ้นไปจนถึง ผู้สูงอายุ โดยแบ่งตาม การใช้พลังงาน เป็น 3 ระดับ ดังนี้
ตารางแคลอรี่อาหาร แนะนำ ปริมาณแคลอรี่ในอาหาร ที่แต่ละคน ควรกินในแต่ละวัน
ระดับพลังงานต่อวัน ปริมาณอาหาร ในแต่ละหมวด ต่อวัน (ส่วน)
หมวดข้าว/แป้ง(ทัพพี) หมวดผัก(ทัพพี)หมวดผลไม้(ส่วน)หมวดนม(แก้ว)หมวดเนื้อสัตว์(ช้อนโต๊ะ)น้ำมัน / น้ำตาล / เกลือ(ช้อนชา)
 1,600 กิโลแคลอรีสำหรับเด็ก อายุ 6 – 13 ปี ผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 25 – 60 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 8 46(ผู้ใหญ่) 34(ผู้ใหญ่) 21(ผู้ใหญ่) 6 ใช้แต่น้อย เท่าที่จำเป็น หรือน้ำมัน 5 ช้อนชา
 2,000 กิโลแคลอรีสำหรับวัยรุ่น หญิง-ชาย อายุ 14 – 25 ปีวัยทำงาน อายุ 25 – 60 ปี 10 54 19  ใช้แต่น้อย เท่าที่จำเป็น หรือน้ำมัน 7 ช้อนชา
 2,400 กิโลแคลอรีสำหรับหญิง – ชาย ที่ใช้พลังงานมาก เช่น ผู้ใช้แรงงานหนัก เกษตรกร นักกีฬา 1212   ใช้แต่น้อย เท่าที่จำเป็น หรือน้ำมัน 9 ช้อนชา
ตัวอย่าง จาก ตารางแคลอรี่อาหาร ถ้าท่านเป็น ชายวัยทำงาน อายุ 35 ปี ท่านควรกินอาหาร กลุ่มอื่นๆ ทั้งหมด ตามคำแนะนำ ในช่องการใช้พลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี คือ กินข้าววันละ 10 ทัพพี ผัก 5 ทัพพี ผลไม้ 4 ส่วน นม 1 แก้ว เนื้อสัตว์ 9 ช้อนโต๊ะ น้ำมันปรุงอาหาร ไม่เกิน 7 ช้อนชา 
ไม่ว่าจะมีอายุ เท่าใดก็ตาม ร่างกาย ต้องการสารอาหาร ชนิดเดียวกัน แต่จะแตกต่างกัน ในด้านของปริมาณ ซึ่งเปลี่ยนไปตามกิจกรรม ในชีวิตประจำวัน ของแต่ละเพศ และวัย สารอาหาร ที่ร่างกาย ต้องการมีมากกว่า 40 ชนิด มาจากอาหารหลัก 5 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ รวมทั้งน้ำ 
เพื่อให้ได้ สารอาหาร และพลังงาน แคลอรี่อาหาร ที่เพียงพอ การเลือกกินอาหาร จากอาหาร 5 หมู่ อย่างหลากหลาย และสมดุล โดยใช้เกณฑ์ การกำหนดพลังงาน ของคนไทย ตามตาราง เป็นแนวทางการบริโภค ก็จะช่วยให้ได้รับ สารอาหาร และพลังงาน ตามที่ร่างกายต้องการ

คลิกสั่งซื้อที่นี่ >>http://www.vitaminth.com

ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/vitaminthai 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40vitaminthailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม www.vitaminth.com

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Viral