วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

กลูโคซามีน


ข้อเข่าเสื่อม เป็นอาการของคนที่ละเลยการดูแลตัวเองในตอนวัยรุ่น และสะสมมาจนถึงวัยทำงาน พวก ยืน มาก ๆ นั่ง มาก ๆ เล่นกีฬาหนัก ๆ จะปวดตามข้อต่อ , ปวดหลัง ปวดลึก ๆ เคลือนไหวก็ยากลำบาก ทำอะไรก็ไม่คล่องตัว ส่งผลให้ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ จนลืมไปว่าระบบโครงกระดูกเป็นระบบหลักของร่างกายที่ทำให้ยืนอยู่ได้และสุขภาพดีในภาพรวม เรามีของดีมาฝากครับ อ่านต่อ.. 

กลุโคซามีน  กับ โรคข้อเข่าเสื่อมและปวดข้อต่อกระดูก

                     กลูโคซามีน    เป็นสารซึ่งปรากฏเป็นปกติในเนื้อเยื่อเกือบทุกชนิดในร่างกายของเรา โดยการสังเคราะห์ที่เริ่มจากกลูโคส เซลล์ของกระดูกอ่อนที่ผิวข้อจะใช้กลูโคซามีนเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์โปรตีนโอกลัยแคน ซึงเป็นสารสำคัญในส่วนประกอบที่เป็นโครงสร้าง     เมื่ออายุของเรามากขึ้น การทำงานของเซลล์กระดูกอ่อนผิวข้อจะเฉื่อยลง ความสามารถในการสังเคราะห์กลูโคซามีนและโปรตีนโอกลัยแคนลดลง ทำให้โครงสร้างของกระดูกอ่อนผิวข้ออ่อนแอลง เสี่ยงต่อการแตกสลายจากการใช้งานของข้อ ศักยภาพในการซ่อมแซมการสึกหรอที่เกิดจากการใช้งานของข้อในชีวิตประจำวันจะลดลงด้วย

งานวิจัยที่ศึกษาผลของการใช้กลูโคซามีนซัลเฟต
                           ในผู้ที่มีโรคข้อเข่าเสื่อมพบว่าการให้ในระยะสั้น (ประมาณ 6 สัปดาห์) ให้ผลในการลดอาการปวด และเพิ่มความสามารถในการทำงานของข้อได้เหนือกว่ายาหลอกและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (ยาไอบูโพรเฟนไพร็อกซิแคม) การศึกษาผลระยะยาวในขนาดยา 1,500 มิลลิกรัม วันละครั้งติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี เปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่ากลูโคซามีนซัลเฟตมีผลต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของข้อที่เสื่อม โดยประเมินจากค่าความกว้างเฉลี่ยของข้อซึ่งวัดจากภาพเอกซเรย์กลูโคซามีนซัลเฟต เป็นยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแต่ปัจจุบันมีการผลิตกลูโคซามีนในลักษณะอาหารเสริมจำหน่าย
                       โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)เป็นภาวะเสื่อมที่มีผลต่อข้อและเนื้อเยื่อของข้อ  มีอาการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อมีการใช้งานของอวัยวะส่วนนั้น ต่อมามีอาการข้อบวม ฯลฯ  เมื่ออาการมากในขั้นท้ายๆ ข้อจะมีลักษณะผิดรูปผิดร่าง  นอกจากการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการปวดหรือการอักเสบเพื่อป้องกันการลุกลามของโรคแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่น่าจะเป็นประโยชน์ 
                 กลูโคซามีนซัลเฟต (Glucosamine sulfate)เป็นสารประกอบที่พบในรูปแบบของยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยทั่วไปมักรับประทานในขนาดวันละ 1500 มิลลิกรัม
                       การศึกษาในหลอดทดลองจากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ากลูโคซามีนซัลเฟตมีผลกระตุ้นการสังเคราะห์และยับยั้งการสลายตัวของโปรติโอไกลแคน (Proteoglycans) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่กันการกระแทกระหว่างกระดูกข้อ นอกจากนี้กลูโคซามีนยังแสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบอย่างอ่อนๆด้วย 
            การศึกษาทางคลินิก  สำหรับการศึกษาทางคลินิก (การศึกษาในมนุษย์) พบว่า ผลการรักษาคล้ายคลึงกับยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)แต่ผลเริ่มต้นจะช้ากว่า และการบรรเทาอาการจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่รวดเร็วเหมือนการใช้ยา  ผลการบรรเทาอาการมีตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงมาก (รายงานการศึกษา 14 ใน15 ฉบับ) ข้อดีของกลูโคซามีนซัลเฟต เหนือ ยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)คือ ชะลอการเคลื่อนตัวเข้าหากันของข้อกระดูกที่ข้อเข่าเห็นผลนี้ชัดเจนเมื่อใช้ในระยะยาว ตั้งแต่ ปีขึ้นไปและต่อเนื่องไป ชัดเจนมากขึ้นอีกหลัง ปี 
                    อาการไม่พึงประสงค์  ที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้ ท้องเสีย แสบท้อง ปวดท้อง อาการอื่นๆที่พบไม่บ่อยคือ มึนงง ปวดศรีษะ นอนไม่หลับ บวม อาการทางผิวหนัง หัวใจเต้นเร็ว 
                 ข้อควรระวังคือไม่ควรใช้ในคนที่แพ้อาหารทะเล เนื่องจากกลูโคซามีนอาจเตรียมจากสัตว์ทะเล  อาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้
โรคข้อเสื่อมคืออะไร
        โรคข้อเสื่อมคือ อาการปวดบริเวณข้อ และมีอาการติดขัดเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก อาการจะเกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง
อาการ ที่มักจะปรากฎของโรคข้อเสื่อม
             ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณข้อต่อ ปวดลึกๆภายในข้อ และเคลื่อนไหวลำบาก เนื่องจากกระดูกอ่อนที่หุ้มข้อต่อ (Articular cartilage) เป็นแผล สาเหตุเนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไปกดทับ หรืออายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การสร้างมวลกระดูกอ่อ่น (Articular Cartilage) ลดลง
อาการ อื่นๆที่บ่งบอกว่าเป็นโรคข้อเสื่อม
  1. มักจะปวดมากเวลางอเข่า เช่น นั่งคุกเข่า พับเพียบ นั่งขัดสมาธิ ก้าวขึ้นบันได
  2. เวลาเหยียดเข่าตรงจะปวดน้อยลง
  3. เมื่อจับเข่าโยกไปมา มักจะมีเสียงดัง กรอบแกรบ
  4. ในรายที่เป็นมาก อาจจะมีอาการบวม และน้ำขังอยู่ภายในได้
ปัจจัย ที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคข้อเสื่อม
  1. ชายหญิงที่อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป แต่ผู้ที่อายุน้อยกว่านี้ก็สามารถเกิดโรคข้อเสื่อมขึ้นได้ โดยพบว่า ก่อนอายุ 45 ปี การเกิดโรคข้อเสื่อมจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่เมื่ออายุเลย 45 ปี อัตราการเกิดโรคข้อเสื่อมจะเท่ากัน
  2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
  3. ผู้ที่มีประวัติบาดเจ็บบริเวณข้อต่อ
ารักษาทำได้ 3  วิธีร่วมกัน คือ
  1. การรักษาทางกายภาพ ได้แก่ การออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก
  2. การรักษาด้วยการรับประทานยา
  3.  การรักษาด้วยการทาน วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
การรักษาด้วยการรับประทานย
  1. เพื่อลดอาการปวดให้แก่คนไข้ โดยการใช้ยาแก้ปวดและยาลดอาการอักเสบ วิธีนี้ไม่สามารถแก้ไขที่สาเหตุของโรคได้ แต่มีข้อดีคือ ลดอาการปวดได้รวดเร็ว
  2. ช่วยให้โครงสร้างของข้อกระดูกกลับคืนสู่ปกติ วิธีนี้จะสามารถรักษาที่สาเหตุของโรคได้ แต่มีข้อด้อยคือ ลดอาการปวดได้หลังจากการใช้ยาไปแล้ว สัปดาห์ จึงแนะนำให้ทานร่วมกับ ยาลดอาการปวดใน สัปดาห์แรก เพื่อลดอาการปวดในช่วงต้น ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ กลูโคซามีน
กายวิภาคของข้อกระดูก
                   ข้อบริเวณต่างๆ จะมีลักษณะเป็นข้อต่อระหว่างกระดูก ชิ้น มาอยู่ใกล้กัน และเคลื่อนไหวไปพร้อมๆกันในบริเวณข้อนี้จะประกอบไปด้วย กระดูกอ่อน ( Articular cartilage ) ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นบางๆที่อยู่บนส่วนปลายของกระดูก ซึ่งจะมี ไกลโคซามีโนไกลแคน ( Glycosaminoglycans ) เป็นส่วนประกอบ หน้าที่ของกระดูกอ่อนชั้นบางๆนี้ก็คือ จะทำให้ผิวสัมผัสระหว่างกระดูก ชิ้นมีความเรียบ เมื่อมีการเคลื่อนไหวก็จะเกิดการติดขัดน้อยที่สุด
การเกิดโรคข้อเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร
                        ปกติแล้วร่างกายคนปกติไม่เป็นโรคข้อเสื่อม การสร้างมวลกระดุกอ่อนจะสมดุลย์กับเอนไซม์ที่มีหน้าที่ทำลายมวลกระดูกอ่อน แต่ในร่างกายคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมพบว่า การสร้างมวลกระดูกอ่อนลดลงและเอนไซม์ที่มีหน้าที่ทำลายมวลกระดุกอ่อ่นจะทำงานมากกว่าปกติ ทำให้เกิดรอยแผลถลอดบนผิวของกระดูกที่สัมผัสกันทำให้เรารู้สึกปวด และขัดเวลาเดน หากเป็นมากจะมีอาการบวมแดงที่ข้อและไม่สามารถเดินได้หรือเดินไม่สะดวก
การรักษาในปัจจุบันด้วยการใช้   กูลโคซามีน
                   เนื่องจากกูลโคซามีน มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แก้ไขโดยตรงยังต้นเหตุของโรคข้อเสื่อม จึงเป็นที่นิยมในวงการแพทย์ในปัจจุบัน ในการพิจารณาเลือกเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาที่สาเหตุของคนไข้
กลไกการทำงานของกูลโคซามีนเป็นอย่างไรในการรักษาโรคข้อเสื่อม
                    กูลโคซามีนจะกระตุ้นการสร้าง แมททริกซ์ (Cartilage matrix ) จึงมีผลต่อการสร้างกระดูกอ่อนซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นบางๆที่อยู่บนส่วนปลายของกระดูก และลดการทำงานของ เอนไซม์ ที่ย่อยสลายส่วนประกอบของ แมททริกซ์ ผลจากกลไกในการสร้างและลดการทำลายจึงส่งผลให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ผู้ป่วยก็จะมีอาการเคลื่อนไหวข้อที่ดีขึ้น อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในการเคลื่อนไหวก็จะลดลงไปในที่สุด
การรักษาในปัจจุบันด้วยการใช้กลูโคซามีน
ขนาด 500 มก. 
ขนาด 1,500 มก. 
ระยะเวลาทานยา 
เม็ด เวลา 
วันละ เม็ด 
ต่อเนื่องอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ 
การศึกษาทางคลีนิก
                   คนไข้ใน 80 คนที่มีอาการปวดจากโรคข้อเสื่อม ศึกษา 30 วัน ขนาดที่ใช้ 500 มก. วันละ เวลา ผลการศึกษา 70% ของคนไข้ มีอาการดีขึ้นจากการข้อตึง บวม ปวด และสามารถขยับได้ดีขึ้น ภายใน สัปดาห์ สรุปได้ว่ากูลโคซามีน มีฤทธิ์เด่นในการป้องกันการเสียหายของข้อ มากกว่าการรักษาอาการปวดและอักเสบ   ใช้กูลโคซามีน ขนาด 1500 มก. วันละ ครั้ง ในคนไข้ ปวดเข่า 202 คน เป็นเวลาต่อเนื่อง ปี ผลการศึกษาในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก จำนวน 106 คน ครบ 3ปี ช่องว่างระหว่างข้อจะแคบลง ในกลุ่มที่ได้รับยา กูลโคซามีน จำนวน 106 คน ครบ ปี ช่องว่างระหว่างข้อไม่แคบลงเลย
           เพื่อเป็นคำตอบที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพของข้อให้สามารถใช้งานได้ดีและอย่างมีคุณภาพ ควรออกกำลังกายและใช้งานในการเคลื่อนไหวต่างๆอย่างถูกท่าถูกวิธี รวมถึงการดูแลตนเองด้วยวิธีการรักษาโดยการเลือกรับประทาน กูลโคซามีน เพื่อที่จะช่วยรักษาสมดุลย์ของการสร้างและการทำลายของ กระดูกอ่อน ที่บุบอยู่บนส่วนปลายของข้อกระดูก เพียงเท่านี้คุณก็ได้แก้ไขที่ต้นเหตุของโรคและสามารถดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม ได้ด้วยตนเอง


คลิกสั่งซื้อที่นี่ >>http://www.vitaminth.com/product/266/blackmores-glucosamine-500-mg-แบลคมอร์ส-กลูโคซามีน-บรรจุ-90-เม็ด

ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/vitaminthai 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40vitaminthailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม www.vitaminth.com

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Viral