วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

วิตามินรวมวันละเม็ดมีคุณค่ามากกว่าที่คุณคิด


วิตามินรวมวันละเม็ดมีคุณค่ามากกว่าที่คุณคิด


              โดยปกติแล้วเชื่อกันว่า การกินอาหารครบทุกหมู่ การมีชีวิตกระฉับกระเฉงนั้น คือ หลักการพื้นฐานของการมีสุขภาพดี แต่การใช้ชีวิตประจำวันในปัจจุบันนี้ ในบางเวลาเราต้องการอาหารเป็นพิเศษ ความเครียดหรือโรคภัยไข้เจ็บ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการชีวิตที่ในสถานการณ์ที่รีบเร่ง การกินอาหารอย่างรีบเร่ง การกินอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น การฟื้นจากไข้ การวางแผนมีบุตร การกินอาหารมังสวิรัติ หรือภาวะชรา ซึ่งภาวะเหล่านี้ล้วนกดดันให้ร่างกายต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากเงื่อนไขที่กล่าวมาแล้วยังมีปัจจัยเพิ่มเติมที่คุณอาจไม่เคยคาดคิด เช่น ในอาหารประจำวันที่เรากินอาจมีสารอาหารบางตัวไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย (เช่น กรดโฟลิกและวิตามินดี) ในภาวะเช่นนี้ คงเห็นได้ชัดว่า การกินผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเป็นประจำจะมีประโยชน์เพียงใด

              ขณะที่การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างสมดุลและครบหมู่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่ครบถ้วนตามที่ร่างกาย ของคนส่วนใหญ่ต้องการ ช่วยรักษาสุขภาพและป้องกันโรคอันเกิดจากการขาดสารอาหารได้

              แต่ก็อาจมีคนบางกลุ่มยังจำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มเป็นพิเศษ จึงจะเพียงพอกับความต้องการในบางช่วงเวลาของชีวิต อันได้แก่

              - คนที่มีงานยุ่งทั้งวันจนกินอาหารไม่ตรงเวลาและกินของขบเขี้ยวแทนอาหารหลัก ของว่างเหล่านั้นมักมีวิตามิน เกลือแร่ไม่เพียงพอและครบถ้วน
              - ผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติและผู้ซึ่งควบคุมอาหารเป็นพิเศษมักจะได้รับสารอาหารจำพวกธาตุเหล็กและวิตามินบี12 ไม่เพียงพอ
              - สตรีมีครรภ์จำเป็นต้องใช้วิตามินและเกลือแร่บางตัวเป็นพิเศษ
              - เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ความสามารถในการดูดซึมอาหารจะลดลง นอกจากนี้ผู้สูงวัยมักเคี้ยวอาหารลำบาก กินได้น้อย จึงยากที่จะได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการ
              - ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผู้ดื่มสุราและสูบบุหรี่อาจมีความจำเป็น ต้องใช้วิตามินและเกลือแร่มากกว่าคนปกติ เมื่อเทียบกับผู้มีอายุและเพศเดียวกัน
              ในกรณีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำนวนพอประมาณอาจเป็นเรื่องเหมาะสม วิตามินและเกลือแร่อาจมีฤทธิ์รักษาโรค ช่วยผู้ป่วยให้ฟื้นจากโรคเร็วขึ้น และบางตัวที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอาจมีบทบาทในการป้องกันโรค เช่น มะเร็งและโรคหัวใจ

เรามารู้จักวิตามินกันก่อน               นักวิชาการแบ่งวิตามินออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรก คือวิตามินที่จำเป็นต้องได้รับเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เนื่องจากสามารถละลายได้ในน้ำ และสูญเสียจากร่างกาย อย่างรวดเร็วผ่านทางปัสสาวะ วิตามินซีและวิตามินบี จัดว่าเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ส่วนวิตามินที่เหลือได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ทั้งหมดเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันและจัดเป็นวิตามินกลุ่มที่สอง เนื่องจากวิตามินพวกนี้ละลายได้ในไขมันจึงสะสมอยู่ในไขมันของร่างกายได้นาน นับเดือนนับปี

              ต่อมาเรามาทำความรู้จักกับเกลือแร่ เกลือแร่เป็นสารอนินทรีย์ที่มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งไม่มีชีวิต เช่น หินและสายแร่โลหะ เกลือแร่เหล่านี้จะเข้ามาสู่ห่วงโซ่อาหาร โดยผสมผสานอยู่ในดินที่พืชแทงรากลงไป เราอาจได้รับเกลือแร่เข้าสู่ร่างกายโดยตรง จากการกินพืชหรือทางอ้อมโดยกินสัตว์ที่กินพืชอีกทีหนึ่ง เกลือแร่ก็เป็นสารที่ร่างกายต้องการใช้ในปริมาณไม่มากนัก เช่นเดียวกับวิตามิน แต่ถ้าไม่มีเกลือแร่ร่างกายก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มีเกลือแร่ประมาณ 22 ชนิดที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น แคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูก และฟันที่แข็งแรง และธาตุเหล็กเพื่อช่วยสมองให้มีสมาธิ และช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมีชีวิตชีวา

เกลือแร่แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ

              เกลือแร่หลัก เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม คลอไรด์ โซเดียม กำมะถันและฟอสฟอรัส
              เกลือแร่รองหรือเกลือแร่ที่ใช้น้อย เช่น ทองแดง โครเมียม ฟลูออไรด์ ซีลีเนียม และสังกะสี ซึ่งร่างกายต้องการใช้ในปริมาณน้อยมาก

              เมื่อเรารู้แล้วว่าวิตามินและเกลือแร่ คืออะไรแล้วเรามาดูว่าวิตามินและเกลือแร่สัมพันธ์กันอย่างไร ทันทีที่เราบริโภควิตามินหรือเกลือแร่เข้าไปในรูปของอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือผ่านทางผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก็ตาม จะต้องถูกดูดซึมผ่านผนังทางเดินอาหาร เข้าไปสู่กระแสเลือดเพื่อจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในร่างกาย เมื่อวิตามินและเกลือแร่อยู่ร่วมกันก็อาจส่งผลดีต่อการดูดซึมของทั้งสองฝ่าย เช่น เมื่อกินวิตามินซีพร้อมกับอาหารประเภทผักซึ่งมีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ จะช่วยให้ธาตุเหล็กถูกดูดซึมได้ดีขึ้นเช่นเดียวกับการกินวิตามินดีพร้อมกับแคลเซียม ในอาหารมื้อเดียวกัน การกินวิตามินบีแต่ละตัวมีประสิทธิภาพขึ้น ขณะที่วิตามินเอ ซีและอี มีส่วนช่วยดูดซึมซีลีเนียมในทางเดินอาหาร

              กุญแจสู่ภาวะโภชนาการที่ดี คือการสร้างสมดุล และไม่กินสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปซึ่งจะทำให้เกิดการเสียสมดุลของวิตามินตัวอื่นๆ

เหตุผลที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ
              1. การกินป้องกันโรค ทุกวันนี้คนเราจะคิดถึงเรื่องสุขภาพในแง่การป้องกันมากกว่าการรักษาโรค และในบางครั้งการกินสารอาหารปริมาณที่สูงกว่าที่มีอยู่ในอาหารธรรมชาติอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ในช่วงท้ายของชีวิตได้ สารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำพวกวิตามินซีและอี ซีลีเนียม ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในคุณสมบัติข้อนี้
              2. การกินอาหารแนวพิเศษ เช่นผู้กินอาหารมังสวิรัติมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ ครบทุกชนิดและในปริมาณที่เพียงพอจากอาหารมังสวิรัติ การกินอาหารเสริมอาจเป็นแนวทางจำเป็น เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีสำหรับคนกลุ่มนี้ ขณะยังยึดถือแนวปฏิบัติของตนไว้ได้
              3. การรักษาโรค หลายคนกลับมาให้ความสำคัญกับสมุนไพรมากขึ้นในการรักษาอาการ ของโรคนอกเหนือจากการใช้ยาแผนปัจจุบันในการรักษาเพียงอย่างเดียว
              4. หลักประกันแห่งการมีสุขภาพดี ในกลุ่มคนที่พยายามใช้ชีวิตให้อยู่ในแนวทางสุขภาพ และกินอาหารสมดุลครบห้าหมู่แต่เพื่อความมั่นใจว่าร่างกายจะได้รับวิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็นครบถ้วน ก็อาจใช้ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินและเกลือแร่ตามความเหมาะสม
              5. วิถีชีวิตที่วุ่นวายและเคร่งเครียด กิจกรรมในแต่ละวันที่เพิ่มขึ้นในชีวิต คุณภาพอาหารอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่เราละเลยไป เนื่องจากร่างกายจำเป็นต้องใช้สารอาหารเพิ่มพิเศษ อันเป็นผลจากความเครียดเช่นนี้แล้วผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินและเกลือแร่ จะช่วยเติมส่วนที่ขาดหายไปเนื่องจากการกินอาหารคุณภาพต่ำ
              6. ก้าวย่างของชีวิต ความต้องการสารอาหารมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในแต่ละก้าว ย่างของชีวิต เช่น ในช่วงเวลาก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ และระหว่างเลี้ยงดูลูกด้วยนมมารดา ร่างกายจะต้องใช้วิตามิน เกลือแร่และสารอาหารบางตัวเพิ่มเป็นพิเศษ อีกทั้งเมื่อเข้าสู่วัยชรา การดูดซึมสารอาหารลดลงไปตามกาลเวลาความอยากอาหารก็ลดลงด้วย ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารน้อยลงจนอาจไม่เพียงพอกับความต้องการ
              7. การสูบบุหรี่ จะดูดเอาวิตามินซีในร่างกายออกไปอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับวิตามินซีในอาหารสูงเป็นพิเศษจึงจำเป็นต้องได้กินวิตามินซีก่อนเลิกบุหรี่ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกซีลีเนียมและวิตามินอีอาจจะช่วยป้องกัน ไม่ให้ปอดถูกทำลายซึ่งช่วยได้ทั้งผู้ที่สูบบุหรี่และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น

              ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมในท้องตลาดมากมายที่ให้สรรพคุณในการเสริมสุขภาพ มีส่วนประกอบของวิตามินและเกลือแร่หลายชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปดัง
นี้
Ingredient
(สารประกอบ)
CentxxxZ-BxxBanxxx PrxxxxxZ-Centrexค่า Thai RDI*
  1. Isolate Soy Protein--330.0 mg330.0 mg
  2. Tomato Extract Powder(Lycopene)---0.4958 mg
  3. Lecithin--85.0 mg-
  4. Magnesium100.0 mg--150.0 mg350.0 mg
  5. Phosphorus125.0 mg--119.3 mg800.0 mg
  6. Zinc15.0 mg22.5 mg-15.0 mg15.0 mg
  7. Copper2.0 mg--2.0 mg2.0 mg
  8. Ferrous---4.0 mg
  9. Manganese5.0 mg--3.5 mg3.5 mg
  10. Selenium25.0 mcg--0.07 mg0.07 mg
  11. Chromium25.0 mcg--0.025 mg130.0 mcg
  12. Potassium40.0 mg--0.046 mg3,500.0 mg
  13. Iodine0.15 mg--0.15 mg0.15 mg
  14. Calcium175.0 mg---800.0 mg
  15. Iron----15.0 mg
  16. Chlorine36.0 mg---3,400.0 mg
  17. Molybdenum25.0 mcg---160.0 mcg
  18. Nickel5.0 mcg---
  19. Tin 10.0 mcg---
  20. Vanadium10.0 mcg---
  21. Silicon10.0 mcg---
  22.Soybean oil--410 mg-
  23. Vitamin A2000 IU--2664 IU2664 IU
  24. Beta-Carotene3000 IU---
  25. Vitamin C90.0 mg600.0 mg-60.0 mg60.0 mg
  26. Vitamin E30 IU45 IU-15 IU15 IU
  27. Folic Acid0.4 mg--0.2 mg200 mcg
  28. Vitamin B12.25 mg15.0 mg-1.5 mg1.5 mg
  29. Vitamin B2 (Riboflavin)3.2 mg10.2 mg-1.7 mg1.7 mg
  30. Vitamin B63.0 mg10.0 mg-2.0 mg2.0 mg
  31. Vitamin B129.0 mcg6.0 mg-0.002 mg0.002 mg
  32. Vitamin D400 IU--200 IU200 IU
  33. Niacinamide (Vitamin B3)40.0 mg--20.0 mg20.0 mg
  34. D-Biotine45.0 mcg--0.150 mg0.150 mg
  35. Pantothenic Acid (Vita. B5)10.0 mg25.0 mg-6.0 mg6.0 mg

              จากตารางที่แสดงปริมาณวิตามินและเกลือแร่ต่างๆของอาหารเสริมสุขภาพในจำนวน 4 ผลิตภัณฑ์นี้มี 2 ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคเพราะมีปริมาณวิตามินหรือเกลือแร่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ใน RDI จึงจำเป็นที่จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคเท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอีกหนึ่งตัว มีปริมาณวิตามินหรือเกลือแร่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ใน RDI ในขณะที่ผลิตภัณฑ์วิตามินรวมมีปริมาณวิตามิน และเกลือแร่ส่วนใหญ่เท่ากับที่กำหนดไว้ใน RDI จึงทำให้รับประทานอาหารเสริมวิตามินรวม นี้ได้อย่างมั่นใจว่าได้รับปริมาณวิตามินและเกลือแร่ที่พอเหมาะพอดีในปริมาณที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป ที่จะใช้เพื่อทดแทนวิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการและปลอดภัยต่อร่างกายเมื่อใช้ติดต่อกันไปในระยะเวลานาน

              เมื่อกล่าวถึง RDI แล้วมาทำความรู้จักกับ RDI กัน RDI หรือ Reference Dietary Intakes คือปริมาณของสารอาหารที่แนะนำว่าควรได้รับ หรือไม่ควรได้รับเกินเท่าไหร่ในแต่ละวันซึ่งมาจากค่า RDA (Recommended Dietary Allowances), EAR (Estimated Average Requirement), AI(Adequate Intake)และUL(Safe/Tolerable Upper Level) รวมกันแต่ละตัวมีความหมายดังนี้ค่า RDA เป็นปริมาณขั้นต่ำสุดที่แนะนำให้คนทั่วไปกินในแต่ละวันเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข กินมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าไม่มากเกินไปจริงๆก็ไม่เป็นไรสำหรับผู้ที่กินอาหารเสริม วิตามิน เกลือแร่ฯลฯ อยู่แล้วคิดจะใช้ RDA เป็นแนวทางว่ากินถึงหรือเกิน RDAหรือยัง ถ้าถึงหรือเกิน RDA แล้วจะได้หยุดกิน จึงเป็นการคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าทำเช่นนั้นอาจได้สารอาหารไม่ถึง RDA ทำให้ขาดสารอาหารนั้นได้ ถ้าเกรงว่าจะกินมากเกินไปต้องไปดูค่า UL แล้วกินอย่าให้เกินค่านี้

              ค่า RDA ที่มีอยู่ใช้สำหรับบุคคลทั่วไปที่แข็งแรงดีและดำรงชีวิตตามปกติเท่านั้น ค่านี้ใช้ไม่ได้กับผู้ป่วย คนที่เป็นโรคขาดสารอาหาร หรือคนที่ดำรงชีวิตแตกต่างไปจากคนธรรมดามาก เช่นนักเพาะกายจัดว่าดำรงชีวิตที่แตกต่างไปจากธรรมดามาก ในแง่ของการใช้พลังงานและการใช้งานกล้ามเนื้อดังนั้นค่า RDA สำหรับคนทั่วไปบางค่าเช่นปริมาณพลังงานและโปรตีนที่ต้องการ ในแต่ละวันจึงใช้ไม่ได้กับนักเพาะกายเช่น RDA ของโปรตีนในผู้ชายทั่วไปเท่ากับ 0.6 ก/กก.เท่านั้น แต่ในนักเพาะกายแนะนำกันไว้ที่ 2-3 ก/กก./วัน



คลิกสั่งซื้อที่นี่ >> http://www.vitaminth.com/product/7/blackmores-multivitamins-and-minerals-ขนาด-120-แคปซูล

ติดตามเราเป็นเพื่อนเฟสบุค   http://www.facebook.com/vitaminthai 
ติดตามกูรูด้านสุขภาพทางไลน์   http://line.me/ti/p/%40vitaminthailand
สนใจสินค้าสุขภาพและความงาม www.vitaminth.com

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Viral